การสูญเสียฟันแท้ไปสักซี่… เชื่อไหมครับว่ามันไม่ได้ส่งผลแค่เรื่องความมั่นใจตอนยิ้มเท่านั้น แต่มันคือจุดเริ่มต้นของปัญหาลูกโซ่ในช่องปากที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง ตั้งแต่การเคี้ยวอาหารไม่อร่อย เคี้ยวไม่ละเอียดจนท้องอืด ฟันซี่ข้างๆ ค่อยๆ ล้มเอียงเข้าหาช่องว่าง จนฟันทั้งปากเริ่มห่างและทำความสะอาดยากขึ้น และที่น่ากลัวที่สุดคือ “กระดูกเบ้าฟัน” ในบริเวณที่ไม่มีรากฟันคอยกระตุ้น จะค่อยๆ ละลายและยุบตัวลงไปเรื่อยๆ ตามกาลเวลา
ในอดีต ทางเลือกในการทดแทนฟันอาจมีเพียงฟันปลอมถอดได้ที่มักขยับไปมาเวลาเคี้ยว หรือสะพานฟันที่จำเป็นต้องกรอฟันดีๆ ซี่ข้างเคียงออกไปอย่างน่าเสียดาย แต่ในปัจจุบัน “รากฟันเทียม (Dental Implant)” ได้กลายมาเป็นนวัตกรรมที่ดีที่สุดในการทดแทนฟันธรรมชาติ เพราะมันให้ความรู้สึกที่แข็งแรง แนบสนิท ชิดแน่น เคี้ยวอาหารได้เต็มคราบ และดูเป็นธรรมชาติจนแทบแยกไม่ออก
แต่ขึ้นชื่อว่าการฝังรากเทียม หลายคนก็อาจจะมีความกังวลใจใช่ไหมครับ? “มันน่ากลัวไหม?”, “ต้องเตรียมตัวอย่างไร?”, “เราทำได้หรือเปล่า?” วันนี้ หมอไกด์ – ทันตแพทย์พงศกร อภิญสถานนท์ ทันตแพทย์เฉพาะทางด้านทันตกรรมประดิษฐ์และรากฟันเทียมจาก PSK Dental Center จะมาเป็นเพื่อนคู่คิด สรุป “4 เรื่องสำคัญที่คุณต้องเช็กให้ชัวร์ก่อนทำรากฟันเทียม” เพื่อให้การรักษาของคุณปลอดภัย ได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่า และอยู่กับคุณไปได้นานที่สุดครับ
รากฟันเทียมคืออะไร? ทำไมถึงเป็นคำตอบสุดท้ายของรอยยิ้มที่สมบูรณ์
ถ้าอธิบายง่ายๆ ให้ฟังกันสบายๆ รากฟันเทียม ก็คือการสร้างฟันขึ้นมาใหม่แบบจำลองโครงสร้างเดิมเป๊ะๆ ครับ โดยเราจะฝังวัสดุพิเศษที่ทำจากโลหะไทเทเนียม (ซึ่งเป็นวัสดุที่ร่างกายยอมรับและไม่มีปฏิกิริยาต่อต้าน) ลงไปในกระดูกขากรรไกรเพื่อทำหน้าที่แทน “รากฟันจริง” จากนั้นเมื่อรากเทียมสมานตัวเข้ากับกระดูกดีแล้ว เราจึงจะใส่ “ครอบฟันเซรามิก” ที่มีความแข็งแรงสวยงามทับไว้ด้านบน
การลงทุนทำรากฟันเทียมอาจดูเหมือนมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นที่สูงกว่าฟันปลอมทั่วไป แต่หากเทียบกับอายุการใช้งานที่ยาวนานได้นับสิบปีหรือตลอดชีวิต (หากดูแลดีๆ) แถมยังไม่ต้องคอยถอดเข้าถอดออก ไม่ต้องกลัวฟันหลุดขณะพูด และช่วยรักษากระดูกขากรรไกรไม่ให้ฝ่อตัว หมอบอกได้คำเดียวเลยครับว่า “นี่เป็นการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตที่คุ้มค่าที่สุดอย่างแน่นอนครับ”
เจาะลึก 4 เรื่องสำคัญที่คุณควรรู้ก่อนเริ่มทำรากฟันเทียม
ก่อนที่เราจะก้าวเข้าสู่ขั้นตอนการรักษา มี 4 เรื่องหลักๆ ที่หมออยากให้คนไข้ทำความเข้าใจร่วมกัน เพื่อลดความกังวลและเตรียมตัวให้พร้อมที่สุด ดังนี้ครับ:
1. ต้องประเมินกระดูกขากรรไกรก่อนเสมอ (สำคัญที่สุด!)
กระดูกขากรรไกรเปรียบเสมือน “ดิน” ส่วนรากฟันเทียมเปรียบเสมือน “เสาเข็ม” ของบ้านครับ ดินที่จะตอกเสาเข็มลงไปได้นั้น จะต้องมีความหนาและความลึกที่เพียงพอ เพื่อให้เสายึดเกาะได้อย่างมั่นคง
-
ในเคสที่กระดูกสมบูรณ์ดี: ทันตแพทย์สามารถลงมือฝังรากฟันเทียมตามขั้นตอนปกติได้ทันที แผลจะหายไวและเข้าที่เร็ว
-
ในเคสที่สูญเสียฟันไปนานจนกระดูกละลาย: หรือคนไข้บางท่านที่มีโครงสร้างกระดูกบางตามธรรมชาติ ในกรณีนี้หมอจำเป็นต้องทำ “การปลูกกระดูก (Bone Grafting)” ควบคู่กันไปด้วย เพื่อเสริมฐานกระดูกให้หนาแน่นพอที่จะโอบอุ้มรากเทียมได้อย่างมั่นคงปลอดภัย ซึ่งขั้นตอนนี้จำเป็นต้องได้รับการตรวจประเมินด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ 3 มิติ (CBCT Scan) เพื่อความแม่นยำระดับมิลลิเมตรครับ
2. สุขภาพช่องปากและโรคประจำตัวที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ
ความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับหนึ่งเสมอครับ ก่อนจะเริ่มลงมือทำ หมอจะต้องซักประวัติสุขภาพช่องปากและร่างกายอย่างละเอียด:
-
โรคเหงือกอักเสบหรือรำมะนาด (Periodontitis): หากในช่องปากยังมีปัญหานี้อยู่ หมอต้องทำการรักษาเหงือกให้กลับมาแข็งแรงสมบูรณ์ 100% ก่อนฝังรากเทียมครับ เพราะหากปล่อยให้มีเชื้อแบคทีเรียสะสม เชื้อเหล่านั้นอาจเข้าไปทำลายเหงือกและกระดูกรอบๆ รากเทียมที่ฝังใหม่ จนทำให้รากเทียมไม่ยึดเกาะและล้มเหลวได้
-
โรคประจำตัวบางชนิด: เช่น โรคเบาหวาน (ต้องควบคุมระดับน้ำตาลสะสม HbA1c ให้อยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย เพื่อป้องกันแผลหายช้าหรือติดเชื้อ), โรคหัวใจ, โรคความดันโลหิตสูงรุนแรง หรือผู้ที่ทานยารักษากระดูกพรุนกลุ่ม Bisphosphonates และยากลุ่มต้านการแข็งตัวของเลือด ทั้งหมดนี้คนไข้ต้องแจ้งให้หมอทราบทันที เพื่อประสานงานกับแพทย์ประจำตัวในการวางแผนปรับยาอย่างปลอดภัยก่อนรับการรักษาครับ
3. ระยะเวลาการรักษาของแต่ละคน “ไม่เท่ากัน”
การทำรากฟันเทียมเป็นงานละเอียดที่ต้องอาศัยกลไกธรรมชาติในการเยียวยาตัวเอง ร่างกายของเราต้องใช้เวลาในการสร้างเซลล์กระดูกใหม่เพื่อมาเกาะติดแน่นกับผิวของรากเทียม (กระบวนการที่เรียกว่า Osseointegration)
-
เคสปกติ: อาจใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน ก็สามารถใส่ครอบฟันตัวจริงและใช้งานได้เลย
-
เคสที่ต้องปลูกกระดูกหรือรักษารากฟันข้างเคียง: ระยะเวลาอาจขยับไปเป็น 4-9 เดือนตามความซับซ้อนของแต่ละบุคคล ที่ PSK Dental Center เราเชื่อในการ “วางแผนการรักษาเป็นรายเคส (Personalized Treatment Plan)” หมอจะไม่เร่งรัดขั้นตอนเพื่อความเร็ว แต่เน้นผลลัพธ์ที่มั่นคง แข็งแรง และปลอดภัยที่สุดในระยะยาวของคนไข้เป็นหลักครับ
4. การดูแลตัวเองหลังทำคือตัวกำหนดความสำเร็จในระยะยาว
รากฟันเทียมไม่มีวันผุเหมือนฟันจริง… ข้อนี้คือเรื่องจริงครับ! แต่สิ่งที่คุณต้องระวังคือ “เหงือกอักเสบและหินปูน” เพราะถึงแม้ตัวรากเทียมและครอบฟันจะไม่ผุ แต่เหงือกและกระดูกรอบๆ รากเทียมยังสามารถอักเสบและละลายได้ (เกิดภาวะ Peri-implantitis) หากเราทำความสะอาดไม่ดีพอ
หลังจากทำรากฟันเทียมไปแล้ว คนไข้ต้องใส่ใจในการแปรงฟันอย่างถูกวิธี ใช้ไหมขัดฟัน แปรงซอกฟัน หรือใช้อุปกรณ์ช่วยทำความสะอาดตามที่หมอแนะนำอย่างเคร่งครัด และที่สำคัญคือต้องกลับมาตรวจเช็กสภาพและขูดหินปูนทุกๆ 6 เดือน รวมไปถึง การงดหรือลดการสูบบุหรี่ เพราะนิโคตินในบุหรี่จะทำให้เส้นเลือดในเหงือกหดตัว ส่งผลให้แผลหายช้าและเพิ่มโอกาสที่ร่างกายจะปฏิเสธรากเทียมได้ครับ
ทำไมต้องเลือกทำรากฟันเทียมกับหมอไกด์ ที่ PSK Dental Center?
หากคุณกำลังมองหาคลินิกทำรากฟันเทียมดีๆ สักแห่งในกรุงเทพฯ ที่ให้ความรู้สึกสบายใจ ไม่น่ากลัว และได้รับการดูแลโดยทันตแพทย์ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญระดับแนวหน้า PSK Dental Center ย่านประดิพัทธ์ สะพานควาย คือคำตอบที่คุณมั่นใจได้ครับ:
-
ดูแลโดย “หมอผู้สอนหมอ” – ทพ.พงศกร อภิญสถานนท์ (หมอไกด์): หมอไกด์สำเร็จการศึกษาปริญญาโท (วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต) ด้านทันตกรรมประดิษฐ์ จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และกำลังศึกษาต่อระดับปริญญาเอก (Ph.D.) ในสาขาเดียวกันที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยิ่งไปกว่านั้น หมอไกด์ยังได้รับเกียรติเป็น วิทยากรผู้บรรยายและถ่ายทอดความรู้ด้านเทคนิครากฟันเทียมให้แก่ทันตแพทย์ท่านอื่น รวมถึงมีงานวิจัยระดับนานาชาติ คุณจึงมั่นใจได้เลยว่าจะได้รับการรักษาด้วยเทคนิคที่ทันสมัย แม่นยำ และมือเบาสุดๆ ครับ
-
Official Partner กับแบรนด์รากฟันเทียมมาตรฐานโลก: เราจับมือร่วมกับแบรนด์ชั้นนำอย่าง Dentis Implant (เกาหลี) และเลือกใช้เทคโนโลยีรากฟันเทียมรุ่นใหม่อย่าง AXEL ที่พัฒนาพื้นผิวรากเทียมให้สมานเข้ากับกระดูกได้เร็วขึ้น แผลหายไวขึ้น และย่นระยะเวลาการรักษาให้สั้นลงอย่างปลอดภัย
-
บริการอุ่นใจ ใส่ใจเหมือนคนในครอบครัว: เราไม่ชอบความกดดัน และไม่อยากให้คนไข้รู้สึกกลัว ที่ PSK Dental Center เราให้คำแนะนำอย่างตรงไปตรงมา อธิบายเคสแบบละเอียดเปิดเผย ไม่มีการยัดเยียดการรักษา เพื่อให้คุณได้ตัดสินใจในเวลาที่คุณพร้อมที่สุด บนทำเลเดินทางสะดวก มีที่จอดรถ และใกล้รถไฟฟ้า BTS สะพานควาย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำรากฟันเทียม (FAQs)
Q: ทำรากฟันเทียมเจ็บไหมตอนทำ?
-
หมอไกด์ตอบ: ตอนทำเราจะมีการใช้ยาชาเฉพาะจุดที่มีประสิทธิภาพสูงมากครับ คนไข้จะไม่รู้สึกเจ็บเลยในขณะที่ฝังรากเทียม อาจจะแค่รู้สึกตึงๆ หรือได้ยินเสียงเครื่องมือเบาๆ เท่านั้น หลังจากหมดฤทธิ์ยาชาอาจจะมีอาการตึงๆ ระบมบ้างเล็กน้อย ซึ่งทานยาแก้ปวดที่หมอจัดให้ 1-2 วันก็ดีขึ้นเป็นปกติแล้วครับ
Q: อายุเยอะแล้วยังสามารถทำรากฟันเทียมได้ไหม?
-
หมอไกด์ตอบ: ทำได้แน่นอนครับ! การทำรากฟันเทียมไม่มีข้อจำกัดเรื่องอายุในผู้สูงอายุเลยครับ ขอเพียงแค่มีสุขภาพร่างกายโดยรวมแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัวร้ายแรงที่ควบคุมไม่ได้ ก็สามารถเข้ารับการฝังรากเทียมเพื่อกลับมามีความสุขกับการกินอาหารอร่อยๆ ได้อีกครั้งครับ
Q: รากฟันเทียมจะอยู่ได้กี่ปี คุ้มค่าไหม?
-
หมอไกด์ตอบ: หากคนไข้ดูแลรักษาความสะอาดช่องปากเป็นอย่างดี แปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันสม่ำเสมอ รวมถึงเข้ามาพบหมอเพื่อตรวจสภาพทุกๆ 6 เดือน รากฟันเทียมสามารถอยู่กับคนไข้ไปได้ยาวนานตลอดชีวิต (Lifelong) เลยครับ ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากับสุขภาพกายและสุขภาพจิตในระยะยาวมากๆ ครับ
Q: ถ้าเพิ่งถอนฟันไป สามารถฝังรากเทียมในวันเดียวกันเลยได้ไหม?
-
หมอไกด์ตอบ: ในคนไข้บางเคสที่ไม่มีประวัติการติดเชื้อรุนแรงที่ปลายรากฟันเดิม และมีเนื้อกระดูกรอบๆ หนาแน่นเพียงพอ หมอสามารถทำวิธีที่เรียกว่า Immediate Implant คือถอนปุ๊บฝังรากเทียมทันทีในวันเดียวกันได้ครับ ช่วยลดขั้นตอนผ่าตัดและช่วยให้ประหยัดเวลาได้เยอะมากครับ ซึ่งหมอจะประเมินความพร้อมให้อย่างละเอียดก่อนครับ
Q: กระดูกบางมากหรือละลายไปเยอะแล้ว ยังมีสิทธิ์ทำรากฟันเทียมได้ไหม?
-
หมอไกด์ตอบ: ทำได้ครับ คนไข้หลายท่านกระดูกละลายไปเยอะมากจากการถอนฟันไปนาน หมอจะใช้วิธีปลูกกระดูก (Bone Grafting) ร่วมกับการฝังรากเทียม เพื่อเสริมสร้างฐานกระดูกขึ้นมาใหม่ให้หนาแน่นพอ ซึ่งต้องประเมินเคสแบบเฉพาะบุคคลด้วย CT Scan 3 มิติ เพื่อวางแผนขั้นตอนและปริมาณกระดูกที่ต้องใช้อย่างแม่นยำครับ
ก้าวแรกสู่รอยยิ้มใหม่ที่มั่นใจ: ทักแชทประเมินเคสเบื้องต้นฟรี!
อย่าปล่อยให้การเคี้ยวอาหารลำบากหรือความไม่มั่นใจในการยิ้มมาพรากความสุขในทุกๆ วันของคุณไปเลยครับ การทำรากฟันเทียมไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด และที่ PSK Dental Center เรายินดีต้อนรับทุกท่านเข้ามาพูดคุย ปรึกษา และตรวจประเมินเบื้องต้นกับหมอไกด์ได้ฟรี โดยไม่มีข้อผูกมัดหรือค่าใช้จ่ายแอบแฝง เพื่อให้คุณได้รับข้อมูลที่ถูกต้องประกอบการตัดสินใจในแบบที่สบายใจที่สุดครับ
ติดต่อ คลินิกทันตกรรมพีเอสเค | PSK Dental Center
-
📍 พิกัด: ปากซอยประดิพัทธ์ 16 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร (ย่านสะพานควาย)
-
🚗 แผนที่การเดินทาง (Google Maps): คลิกเปิดแผนที่ Google Maps
-
📞 เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ: 064-691-6165
-
💬 Line Official Account: @pskdentalcenter (คลิกเพื่อแอดไลน์)
-
🌐 Website: pskdentalcenter.com
ติดตามเกร็ดความรู้ดีๆ จาก “หมอไกด์” (drguide.dental)
-
Facebook: drguide.dental
-
Instagram: @drguide.dental
-
TikTok: @drguide.dental
-
YouTube Channel: drguide.dental
-
Lemon8: @drguide.dental
-
Website ความรู้ส่วนตัวหมอไกด์: mor-guide.com
เสียงตอบรับจากคนไข้จริงหลังทำรากฟันเทียมกับหมอไกด์
“ตอนแรกกลัวมากค่ะ เพราะมองไม่เห็นเครื่องมือ ได้ยินแต่เสียงสั่นๆ แต่พอหมอไกด์ลงมือทำจริง ไม่เจ็บเลยค่ะ มือเบามาก ตอนนี้ใส่รากฟันเทียมเรียบร้อย เคี้ยวอาหารอร่อยขึ้นเยอะมาก วันนี้เลยพาคุณพ่อมาทำด้วยเลยค่ะ มั่นใจคุณหมอไกด์จริงๆ”
“ผมฝังรากเทียมกับหมอไกด์ไปหลายซี่เลยครับ ยอมรับว่าปกติเป็นคนกลัวหมอฟันมาก แต่หมอไกด์ตลก เป็นกันเอง และอธิบายดีมาก ตอนทำไม่เจ็บอย่างที่คิดเลยครับ ใครที่ลังเลอยู่แนะนำที่นี่เลยครับ ไม่ผิดหวังแน่นอน”
“ประทับใจตั้งแต่ขั้นตอนการปรึกษา หมอไกด์วิเคราะห์จากภาพเอกซเรย์ 3 มิติให้ดูอย่างละเอียด อธิบายชัดเจนว่ากระดูกเราบางตรงไหน ต้องปลูกกระดูกอย่างไร ไม่มีการเร่งรัดให้ทำ ทำเสร็จแล้วใช้งานได้ดีเหมือนฟันจริงเลยครับ คลินิกสะอาดเดินทางสะดวกมาก”
“คิดไม่ผิดที่เลือกทำรากฟันเทียมที่ PSK Dental Center ค่ะ คุณหมอไกด์ดูแลดีมาก มือเบาสุดๆ แผลหายไวมากค่ะ ตัวยาและอุปกรณ์ทันสมัยมาก ปัจจุบันเคี้ยวเนื้อเคี้ยวของเหนียวได้สบายใจ รู้อย่างนี้ทำตั้งนานแล้วค่ะ แนะนำค่ะ!”
“มาใช้บริการทำรากฟันเทียมทดแทนฟันกรามที่เสียไปครับ หมอไกด์ให้คำแนะนำเป็นอย่างดี มีการประสานงานกับทีมงานอย่างมืออาชีพ อุปกรณ์ไฮเทคมาก ลบภาพจำคลินิกทำฟันน่ากลัวๆ ไปเลย เจ้าหน้าที่บริการสุภาพ โทรติดตามอาการตลอด ใส่ใจดีมากครับ”


